วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ที่นี่ .. บ้านผือ

          บ้านผือ มาจากกอผือ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่นี่ พบกอผือมากมายและที่นี่ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ยุคก่อน ประวัติศาสตร์-ทวารวดี บ้านผือไม่ได้เป็นเพียงแหล่งที่ตั้งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ความสำคัญบ้านผือนั้น ยังเคยเป็นชุมชนที่ล้านช้างเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมาก เคยอยู่ในอำนาจล้านช้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของล้านช้าง และเป็นเส้นทางปฏิวัติรัฐประหารของล้านข้างมาก่อน วัฒนธรรมล้านช้าง
จึงมีอยู่มากมายในบ้านผือ

          ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อทรงหลบราชภัยจากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ที่ยกทัพเข้าตีเมืองเวียงจันทร์เข้าศรีเชียงใหม่ โพธิ์จาก บ้านผือ และไปหลบซ่อนส้อมสุมกำลังพลที่สุวรรณคูหา 
ขอให้ดูลักษณะศิลปกรรม ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป เสมา การจำหลัก เจดีย์ต่างๆ และยังปรากฏจารึกที่เป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดีว่า พระองค์ทรงประกาศกัลปนาที่บริเวณวัดถ้ำถวายแด่พระศาสนา

ตามมาชมวัฒนธรรมต่างๆ ที่สวยงามของบ้านผือกัน



          วัดโพธิ์ชัยศรี อ. บ้านผือ ศูนย์รวมใจชาวบ้านผือ เป็นวัดเก่าแก่โบราณ และเป็นที่ประดิษฐพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวอุดรธานีนามว่า "หลวงพ่อนาค วัดโพธิ์ชัยศรี" ตั้งอยู่ที่ อ. บ้านผือ เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกทำด้วยทองสำริด ที่ฐานพระพุทธรูป มีจารึกเป็นอักษรธรรมอีสานโบราณ เป็นที่เคารพบูชาของอีสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงวันนี
------------------------------------------------------------



          ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่มีตำนานเล่าขานว่า ราวปี 2460 พระสงฆ์รูปหนึ่งได้เกิดนิมิตรอัศจรรย์เห็นพระบรมสารีริกธาตุสีขาวในอุโมงค์ ในพื้นที่วัดจึงชักชวนชาวบ้านรื้ออุโมงค์นั้นออก แล้วสร้างเจดีย์ครอบไว้แทนพระบรมสารีริกธาตุ มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันน่าอัศจรรย์ทั้งก้อนหินธรรมชาติ สรรสร้าง ประหนึ่งศิลปินนำมาจัดวางเป็นงานศิลปะ อีกถ้ำพญานาคซึ่งเล่าขานแต่อดีตว่าทางเดินภายในสามารถ
ะลุไปถึงแม่น้ำโขง พุทธศาสนิกชนชาวไทย ลาว สองฝั่งโขงต่างเดินทางมาสักการะด้วยความเลื่อมใสศรัทธาสืบมาจนกาลปัจจุบัน วัดพระพุทธบาทบัวบกยังเป็นสถานที่เงียบสงบเหมาะแก่การนั่งสมาธิ
ปฏิบัติธรรม หลบหนีความวุ่นวายจากสถานการณ์บ้านเมืองได้

รอยเท้าพระพุทธบาท
------------------------------------------------------------



          ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีลักษณะเป็นโขดหินรูปคล้ายเห็ดอยู่บนลานหิน สูงจากพื้นประมาณ ๑๐ เมตร มีการก่อสร้างดัดแปลงโดยนำหินขนาดเล็กมาก่อล้อมเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กไว้ที่ใต้เพิงหินด้านบน เป็นห้องที่มีประตูและหน้าต่าง สามารถใช้ในการประกอบพิธีกรรมหรือบำเพ็ญเพียรได้ ที่ด้านล่างมีการติดตั้งใบเสมาหินทรายล้อมรอบหอนางอุสา 
ซึ่งเป็นการแสดงว่าบริเวณนี้เป็นขอบเขตพัทธสีมาหรือเขตสังฆกรรมทางพุทธศาสนา
*อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดทุกวัน 9.00-16.00น. ค่าเข้าชมเพียงคนไทย30บาท*

ที่นี่พบร่องรอยถ้ำคนที่มีภาพเขียนสียุคประวัติศาสตร์อีกด้วย
------------------------------------------------------------





          จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554 ด้วยวัตถุประสงค์ในการ อนุรักษ์ สืบทอดศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงามของชาวไทยพวน รักษาเอกลักษณ์ของภาษาพวนให้เป็นที่รู้จักและให้ชนรุ่นหลังได้รู้จักภาษาของตนเอง เป็นสถานที่เผยแพร่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ของไทยพวนในทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านภาษา อาหาร เครื่องแต่งกาย วีถีชีวิต ความเชื่อพิธีกรรม ศิลปะการดนตรี สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และใช้สำหรับเป็นศูนย์รวมในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม อาคารไทยพวนบ้านผือเป็นอาคารไม้ 3 หลัง มีชานเรือนเชื่อมตัวอาคารเข้าด้วยกันใต้ถุนยกสูงหลังคามุงด้วยกระเบื้อดินเผา เป็นบ้านไทยพวนแบบในอดีต 
มีตู้เก็บวัตถุโบราณขนาดใหญ่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ ห้องพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของพื้นบ้าน อาทิเช่น เครื่องจักรสานทำมือ เครื่องทอผ้า ผ้าทอมือ เป็นต้น
------------------------------------------------------------


รียกได้ว่า บ้านผือมีของดีมากมายที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยว 
ที่ระยะทางจากอุดรธานีเพียง 65กม.เท่านั้น อย่าลืมมาเที่ยวกันเยอะๆ นะคะ







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น